|
1. ข้อแนะนำในการติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อรับบริการกงสุล
1. ควรนำเอกสารแสดงตนมาด้วยทุกครั้ง โดยเอกสารหลักได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน และสูติบัตร (กรณีผู้เยาว์) หากพาชาวต่างประเทศมาติดต่อด้วย ชาวต่างประเทศนั้น ควรจะต้องมีหนังสือเดินทางมาแสดงตนเช่นกัน
2. หากเก็บเอกสารในข้อ 1 ไว้ที่ประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ แนะนำให้พกสำเนาของเอกสารเหล่านั้นติดตัวไว้ระหว่างการพำนักอาศัยในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินเรื่องต่างๆ มีความสะดวกขึ้นมาก
3. ควรเดินทางมาติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ด้วยตนเอง มิใช่ฝากให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน (นอกจากมีเหตุจำเป็นซึ่งหลีกเลี่ยงมิได้) เนื่องจากนิติกรรมบางรูปแบบจำเป็นต้องมีการยืนยันตัวบุคคลหรือลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าของเรื่องต้องดำเนินการเองเท่านั้น
4. ควรนัดหมายวันเวลาที่จะมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้า เพื่อประโยชน์ในการรับบริการที่รวดเร็ว
2. บริการหนังสือเดินทางไทย
2.1 การต่ออายุหนังสือเดินทางรุ่นเก่า
- หนังสือเดินทางรุ่นเก่า หมายถึง หนังสือเดินทางที่ไม่ใช่หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-passport) ทั้งนี้ หนังสือเดินทางรุ่นเก่าคือรุ่นที่ได้รับการผลิตเล่มก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2548
- หนังสือเดินทางรุ่นเก่าที่จะต่ออายุ จะต้องต่ออายุภายใน 6 เดือนภายหลังจากวันที่หนังสือเดินทางหมดอายุ หากหนังสือเดินทางหมดอายุไปแล้วมากกว่า 6 เดือน ขอให้แสดงความจำนงที่จะทำหนังสือเดินทางใหม่
- เอกสารประกอบในการต่ออายุหนังสือเดินทาง ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร (กรณีผู้เยาว์) และรูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบ
- ในการดำเนินการให้ผู้เยาว์ บิดา-มารดา ต้องมาเซ็นยินยอมให้บุตรด้วย
- หนังสือเดินทางรุ่นเก่าสามารถต่ออายุได้ถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 (28 July 2010) เท่านั้น
- ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ 1,300 รูปี
- download แบบฟอร์มการต่ออายุหนังสือเดินทาง
2.2 การทำหนังสือเดินทางใหม่ (e-passport)
- เอกสารประกอบ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร (กรณีผู้เยาว์) ไม่ต้องใช้รูปถ่าย
- ในการดำเนินการให้ผู้เยาว์ บิดา-มารดา ต้องมาเซ็นยินยอมให้บุตรด้วย
- ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทางใหม่ 1,300 รูปี
- แบบฟอร์มคำร้องขอหนังสือเดินทางใหม่ ต้องมาทำที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เท่านั้น
- หนังสือเดินทางใหม่จะต้องผลิตเล่มในประเทศไทยแล้วส่งมาที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งจะใช้เวลารวมทั้งสิ้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ นับจากวันยื่นคำร้อง ดังนั้น ผู้ร้องที่จำเป็นต้องเดินทางด้วยหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ควรวางแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับเงื่อนไขดังกล่าว
3. การจดทะเบียนคนเกิด
- เด็กที่เกิดในอินเดียและอยู่ในข่ายที่จะได้สัญชาติไทย จะต้องมีสูติบัตรจากทางการท้องถิ่นมาแสดง โดยสูติบัตรท้องถิ่นควรที่จะได้รับการรับรองเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย (Ministry of External Affairs) มาแล้ว
- เอกสารประกอบ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนบิดา-มารดา หนังสือเดินทางบิดา-มารดา ทะเบียนบ้านบิดาหรือมารดา (บ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็ก)
- ค่าธรรมเนียม 150 รูปี
- download แบบฟอร์มคำร้องขอสูติบัตร
4. การจดทะเบียนคนตาย
- จะต้องมีมรณบัตรจากทางการท้องถิ่นมาแสดง
- เอกสารประกอบ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง และทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต รวมทั้งบัตรประชาชนของผู้แจ้งการเสียชีวิต
- ค่าธรรมเนียม 150 รูปี
- download แบบฟอร์มคำร้องขอมรณบัตร
5. การจดทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า
- คู่สมรสมาติดต่อด้วยตนเอง
- เอกสารประกอบ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทางของคู่สมรส กรณีการจดทะเบียนหย่า จะต้องนำทะเบียนสมรสที่มีอยู่มาแสดงด้วย
- กรณีสมรสในอินเดีย ควรนำหลักฐานการจัดพิธีแต่งงาน (ตามศาสนา) มาแสดงด้วย และหากเป็นไปได้ควรพาพยานซึ่งรับรู้การสมรสมาลงชื่อยืนยันในทะเบียนสมรสด้วย จำนวน 2 คน
- แบบฟอร์มคำร้องขอจดทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า ต้องมาทำที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เท่านั้น
|