|
ด้านการเมือง
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอินเดีย เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๙๐ โดยเป็นระดับอัครราชทูต
ในระยะแรก ต่อมา ได้ยกระดับขึ้นเป็นระดับเอกอัครราชทูต เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๔๙๔ ขณะนี้ ไทยมีสถานเอกอัครราชทูตตั้งอยู่ที่กรุงนิวเดลี และมีสถานกงสุลใหญ่อีก ๓ แห่ง ที่เมืองกัลกัตตา เมืองมุมไบ และเมืองเจนไน ส่วนอินเดีย มีสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงเทพฯ และมีสถานกงสุลประจำจังหวัดเชียงใหม่ และสถานกงสุลประจำจังหวัดสงขลา
ในยุคสงครามเย็นซึ่งโลกแบ่งออกเป็นสองค่าย อินเดียมีความใกล้ชิดกับค่ายสังคมนิยมซึ่งมีสหภาพ
โซเวียตเป็นผู้นำ ในขณะที่ไทยมีความใกล้ชิดกับค่ายเสรีนิยมซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ ความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย
ในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมจึงห่างเหินกันไประยะหนึ่ง หลังสงครามเย็นสิ้นสุด ในช่วงต้นทศวรรษ ๑๙๙๐ อินเดียได้ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการต่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม และได้ริเริ่มนโยบายมองตะวันออกเพื่อขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือกับภูมิภาคเอเชียตะวันออก
และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินนโยบายมุ่งตะวันตก (Look West Policy) ของไทย
ซึ่งให้ความสำคัญกับอินเดียในฐานะมหาอำนาจและเป็นตลาดการค้าที่มีศักยภาพมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้
ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ไทยและอินเดียมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ทั้งการเยือนของ
พระราชวงศ์ และการเยือนของผู้นำฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการอย่างต่อเนื่อง สมเด็จพระบรม-
โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ ๒ ครั้ง และทรงทำการบินผ่านเมือง
มุมไบอีกหลายครั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนอินเดีย ๑๑ ครั้ง สมเด็จ
พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนอินเดีย ๗ ครั้ง
ในระดับผู้นำรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนอินเดียอย่างเป็นทางการในปี
๒๕๕๐ นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เยือนอินเดียเพื่อเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ ๒
ในปี ๒๕๕๑ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ฝ่ายอินเดีย นายกรัฐมนตรี Atal Bihari Vajpayee เยือนไทยอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๔๖ นายกรัฐมนตรี Manmohan Singh เดินทางเข้าร่วมการประชุม BIMSTEC Summit ครั้งที่ ๑ ในปี ๒๕๔๗ ที่กรุงเทพฯ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอด อาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ ๗ ในปี ๒๕๕๒ ที่หัวหิน
ทางฝ่ายนิติบัญญัติ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานรัฐสภาเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๔๗ และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาปัจจุบัน เยือนอินเดียในเดือนธันวาคม ๒๕๕๒
กลไกความร่วมมือทวิภาคีที่สำคัญระหว่าง ไทย-อินเดีย ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือ
ทวิภาคี และคณะกรรมการร่วมระดับอธิบดี เพื่อติดตามและเร่งรัดความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ครอบคลุมทุกสาขา
ด้านการทหาร
ไทยและอินเดียมีความสัมพันธ์ด้านการทหารที่ใกล้ชิด โดยมีความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ การ
แลกเปลี่ยนการเยือนของผู้บังคับบัญชาระดับสูงและเจ้าหน้าที่ การแลกเปลี่ยนผู้ช่วยทูตทหาร การแลกเปลี่ยนนายทหารเข้ารับการศึกษาฝึกอบรมและการดูงานด้านต่างๆ การแลกเปลี่ยนการเยือนเมืองท่าของเรือรบและหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ การฝึกร่วมของชาติต่างๆ ในทะเลที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลอันดามันและอ่าว
เบงกอล และการลาดตระเวนทางทะเลร่วมกันในพื้นที่เขตติดต่อระหว่างไทย-อินเดียในทะเลอันดามัน
ปัจจุบัน ไทยจัดตั้งสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ และสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศ ประจำการอยู่ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และฝ่ายอินเดียมีสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศประจำสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการทหาร
ด้านความมั่นคง
ไทยและอินเดียมีความร่วมมือด้านความมั่นคงโดยมีกลไกที่มีการจัดตั้งเป็นสถาบัน (Institutionalize) ซึ่งได้แก่ คณะทำงานร่วมด้านความมั่นคงไทย - อินเดีย (Thailand - India Joint Working Group on Security Cooperation) ขึ้นในปี ๒๕๔๖ โดยมีการดำเนินความร่วมมือหลัก ๗ ด้าน ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ความร่วมมือทางทหาร การปราบปรามยาเสพติด การต่อต้านการฟอกเงิน การต่อต้านการก่อการร้ายและการค้าอาวุธ การโยกย้ายถิ่นฐานโดยผิดกฎหมาย การต่อต้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
|