ประวัติโดยสังเขปของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
ประเทศไทยและอินเดียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2490 (ค.ศ. 1947) โดยขั้นต้นได้แลกเปลี่ยนผู้แทนในระดับอัครราชทูต มีสถานอัครราชทูตตั้งอยู่ ณ เมืองหลวงของประเทศทั้งสอง และต่อมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2494 (ค.ศ. 1951) จึงได้ตกลงยกสถานะสถานอัครราชทูตของแต่ละฝ่ายขึ้นเป็นสถานเอกอัครราชทูตมีผู้แทนระดับเอกอัครราชทูต
สถานอัครราชทูต/สถานเอกอัครราชทูตของไทยเดิมเช่าอาคารของเอกชนเป็นที่ทำการอยู่ ณ เลขที่ 15 ถนนออรังเซป กรุงนิวเดลี โดยเสียค่าเช่าเดือนละ 851 รูปี 11 แอนนา ต่อมารัฐบาลอินเดียได้นำที่ดินว่างเปล่าซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่รกร้าง แห้งแล้ง เป็นหินทราย มาจัดสรรให้รัฐบาลประเทศต่างๆ เช่า เพื่อก่อสร้างที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต โดยทางการอินเดียอำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภคให้
| 1. ค่าพรีเมียม (Premium) | 1600,00 รูปี |
| 2. ค่าเช่าที่ดินถาวร (Commuted Ground Rent) | 160,000 รูปี |
| 3. ค่าเช่ารายปีๆ ละ (Nominal Ground Rent) | 1 รูปี |
| 4. ค่าจดทะเบียนและอากรยกเว้นตามหลักถ้อยที่ถ้อยปฏิบัติต่อกัน |
เมื่อได้รับมอบที่ดินแล้วสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือกับสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศได้เริ่มก่อสร้างก่อน รวม 2 หลัง ในราคาหลังละ 170,000 รูปี ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือในสมัยนั้นคือ น.อ.อวบ สุนทรสีมะ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศ คือ พล.อ.จ.สวัสดิ์ โพธิ์วิหค และผู้รับหน้าที่ต่อคือ น.อ.ประวัติ จิระสถิตย์
เดือนพฤษภาคม 2497
• กระทรวงการคลังได้อนุมัติเงิน จำนวน 40,000 รูปี เป็นค่าก่อสร้างกำแพงล้อมบริเวณที่ดิน
วันที่ 28 มีนาคม 2498
• สมัยพระพหิทธานุกร เป็นเอกอัครราชทูต กระทรวงการคลังได้อนุมัติ และส่งเงินจำนวน 811,771 รูปี 12 แอนนา 11 ไพ (2,134,600.24 บาท) มาเพื่อเป็นค่าก่อสร้างที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตตามแบบที่หลวงภัทรวาที อดีตเอกอัครราชทูตเสนอไว้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
| 1. ทำเนียบเอกอัครราชทูตพร้อมเครื่องตกแต่งและเครื่องปรับอากาศ | 368,520 รูปี |
| 2. ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต | 99,512 รูปี |
| 3. บ้านพักเลขานุการเอก (บ้านพักอัครราชทูตในปัจจุบัน) | 52,766 รูปี |
| 4. บ้านพักเลขานุการโท (บ้านพักอัครราชทูตที่ปรึกษาในปัจจุบัน) | 52,766 รูปี |
| 5. ที่พักคนใช้และโรงรถ | 69,480 รูปี |
| 6. ค่าตกแต่งสวน ถนน น้ำพุ น้ำประปา | 35,000 รูปี |
| 7. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ | 45,000 รูปี |
|
| รวม | 723,044 รูปี |
โดยมีนาย Karl Malte Von Heinz สัญชาติเยอรมัน เป็นสถาปนิก
 |
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2498
• พระพหิทธานุกรได้มีหนังสือรายงานกระทรวงฯว่า ถ้าหากก่อสร้างตามที่เอกอัครราชทูตคนก่อนเสนอก็จะแออัดเกินไป เพราะมีอาคารสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอยู่แล้ว 2 หลัง จะต้องสร้างอาคารเพิ่มขึ้นอีก 5 หลัง ในอนาคตหากจะสร้างอาคารอื่นเพิ่มเติมก็จะขยับขยายลำบากหรือทำไม่ได้ จึงเสนอให้รัฐบาลเช่าที่ดินทางด้านใต้เพิ่มอีก 4 เอเคอร์ (เดิมสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์จองไว้แต่ปัจจุบันเป็นของนิวซีแลนด์) จึงจะทำให้มีสนามหญ้ากว้างปลูกต้นไม้ให้ความร่มเย็น และให้ความสะดวกในการรับรอง นอกจากนี้ จะทำให้สถานเอกอัครราชทูตมีถนนล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน หรือจะแบ่งเช่าเพียงครึ่งเดียว ทางการอินเดียก็ยินดีให้เช่าในราคาเอเคอร์ละ 40,000 รูปี แต่กระทรวงฯ ไม่อนุมัติ เพราะไม่มีงบประมาณ จึงให้ก่อสร้างไปตามแบบที่หลวงภัทรวาทีเสนอไว้ |
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2499
• กระทรวงการคลังได้อนุมัติเงินเพิ่มเติมเพื่อเป็นค่าซื้อเครื่องเรือน และติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นเงิน 184,969 รูปี 7 แอนนา 6 ไพ สรุปรวมค่าก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 1,216,740 รูปี (อัตราแลกเปลี่ยน 1 รูปี เท่ากัประมาณ 2.6 บาท)
จนถึงกลางปี 2501
• สมัยนายบุณย์ เจริญชัย เป็นเอกอัครราชทูต การก่อสร้างสถานเอกอัครราชทูตจึงแล้วเสร็จเพื่อให้สมเป็นสถานที่ราชการของไทยในประเทศอินเดีย สถานเอกอัครราชทูตได้รับการซ่อมแซมและปรับปรุงอยู่เสมอ โดยในปีงบประมาณ 2540 ได้ซ่อมแซมและปรับปรุงทำเนียบเอกอัครราชทูตครั้งใหญ่ เป็นเงินทั้งสิ้น 19,968,600 บาท บริษัทชูจักร์ก่อสร้าง จำกัดเป็นผู้รับเหมาในการซ่อมแซมและปรับปรุง