22 มีนาคม 2556
|
| เรียน | ชุมชนชาวไทยที่นับถือ
|
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียงทุกท่านที่ได้ร่วมใจไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่กรุงนิวเดลีอย่างพร้อมหน้า
ในช่วงระหว่างการเสด็จเยือนอินเดียเมื่อ 11-15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาจากแดนไกล ที่นั่งรถไฟกันมานาน คือ จากอลิการ์ ลัคเนาว์ และจันดิการ์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานกู่เจิงแก่ชุมชนไทย
13 กุมภาพันธ์ 2556 โรงแรมลีลาพาเลซ นิวเดลี
ชุมชนไทยในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียงพร้อมใจกันเข้าเฝ้าฯ
วันนี้เป็นวันครบ 2 ปีที่ผมได้ย้ายมาประจำการที่ประเทศอินเดีย นับว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชุมชนชาวไทย ทั้งนักศึกษา นักธุรกิจและพระธรรมทูตประมาณ 14 รัฐ โดยบางรัฐก็ได้มีโอกาสไปอีกหลายครั้ง ทุกครั้งก็ดีใจที่ได้พบปะกับคนไทย และได้เห็นโอกาสที่ประเทศไทยจะร่วมมือกับอินเดียได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและท่องเที่ยว
รัฐล่าสุดคือราชสถาน อยู่ติดนิวเดลีแค่นี้เอง แต่เพิ่งมีโอกาสไปครั้งแรกที่เมืองโยธะปุระและชัยปุระ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เห็นโอกาสทางธุรกิจนอกเหนือจากการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นอัญมณี แหล่งพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลทราย เฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือน ตลอดจนหัตถกรรมต่างๆ ใครที่คิดว่า คนอินเดียไม่ค่อยมีความประณีต ก็เชิญไปเยี่ยมรัฐนี้ได้ รายงานต่างๆ คุณคณินได้นำลงในเว็บไซต์ thaiindia.net นอกเหนือจากเขียนบทความลงในคอลัมน์ประจำ “มองอินเดียใหม่” ของทีมไทยแลนด์ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
| รับฟังการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ | โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ |
ในระหว่างที่ผมไปรัฐราชสถาน ดร.สุนทรฯ อัครราชทูต ก็ได้นำทีมกงสุลไปเยี่ยม คนไทยที่ถูกคุมขังที่เรือนจำในเมืองโครักปูร์ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ การใช้สิทธิการลดหย่อนโทษ จากนั้นก็ได้ไปเยี่ยมเยียนพระธรรมทูต ทั้งที่เมืองลุมพินี และที่วัดไทยนวราชรัตนาราม 960 บริเวณชายแดนอินเดียเนปาล
รวมทั้งการเข้าร่วมงานแห่พระธาตุที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ดร.สุนทรฯ เพิ่งลาสิกขาบทได้ไม่นานจากการผนวชใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ในเดือนมกราคม จึงขออนุโมทนาด้วย
งานแห่พระธาตุที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
วัดไทยนวราชรัตนาราม 960 ชายแดนอินเดีย-เนปาล
เรื่องราวข้างต้นที่ท่านไปเยี่ยมพระและคนไทยก็ดี เรื่องที่ผมไปงานเทศกาลแสดงสินค้าที่เมืองกูวาฮาติ รัฐอัสสัมกับคุณธราดลฯ จากสำนักงานพาณิชย์ประจำนิวเดลี ผู้เชี่ยวชาญอีสานอินเดียของพวกเราก็ดี และกิจกรรมอื่นๆ ทั้งหมดมีให้อ่านอย่างจุใจในเว็บไซต์ของสถานทูต thaiemb.org.in ตอนนี้บางวันมียอดคนคลิ๊กเข้าไปดูกว่าหมื่นครั้งต่อวัน เห็นจะต้องปรบมือให้นักเขียนประจำของสถานทูตทุกคนโดยเฉพาะ
คุณกิตินัยหรือคุณหมอประจำคอลัมน์ สารพันเรื่องเล่าเกี่ยวกับอินเดีย หรือคุณศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์
คุณพิชญะฯ หรือพี่เอกของน้องๆ แม้แต่ท่านอัครราชทูตสุนทรฯ ก็โดดเข้าร่วมในบทความล่าสุดเกี่ยวกับ
กรุงกบิลพัสดุ์ในฝั่งของเนปาล
งานแสดงสินค้าที่เมืองกูวาฮาติ รัฐอัสสัม สินค้าของผู้ประกอบการไทย 25 ราย เป็นสินค้ายอดนิยม
โดยสถานทูตได้นำผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ไปดูลู่ทางตามโครงการ
“หนึ่งทูตสามผลิตภัณฑ์” ของ รมว.กต.ด้วย
เรื่องที่ผมประทับใจมากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คือ การได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจกันของนักเรียน
นักศึกษาไทยจาก 6 สถาบันทางเหนือของอินเดียร่วมกันจัดงาน “สวัสดีประเทศไทย” ที่มหาวิทยาลัย
ปัญจาบ เมืองจันดิการ์ ซึ่งปีนี้นักศึกษาไทยที่มหาวิทยาลัยนี้เป็นเจ้าภาพต่อจาก JNU ปีกลาย และต้องชื่นชมน้องๆ นักศึกษาจาก AMU จากนัดวาคอลเลจ เมืองลัคเนาว์ จากมหาวิทยาลัยดอกเตอร์เอมเบดการ์
เมืองอักรา รวมทั้งจาก DU และ JNU ความน่าชื่นใจคือ ท่านพระมหายอด เจ้าอาวาสวัดอโศกพุทธวิหาร
ผู้กรุณาเอื้อเฟื้อสถานที่วัดให้นักศึกษาได้พำนักฟรีเล่าว่า ทุกคนไม่ว่า จะเป็นนักศึกษาชาวพุทธหรือมุสลิม ต่างพำนักอยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือกันฉันพี่น้องภายในวัดอันเป็นภาพที่งดงามจริงๆ
นักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยปัญจาบเป็นเจ้าภาพจัดงาน “สวัสดีประเทศไทย”
มีเพื่อนนักศึกษาไทยจากอีก 5 มหาวิทยาลัยมาช่วยงานอย่างสมัครสมานสามัคคี

ท้ายที่สุด ก็ต้องแสดงความยินดีกับนักษึกษาไทยที่ AMU ที่ได้มีโอกาสต้อนรับ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ รศ.ดร.จรัญ มะลูลีม ศิษย์เก่า AMU ดีเด่น พร้อมผู้แทน Yateem TV และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาสื่อสารมวลชนมุสลิมอีก 2 ท่าน ที่มหาวิทยาลัย
เมื่อ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยผมได้พาเข้าหารือเรื่องที่เป็นประโยชน์กับนักศึกษาไทยกับพลโท ชาห์ อธิการบดี และที่สำคัญ ทั้ง ดร.สุรินทร์ฯ และ รศ.ดร.จรัญฯ ได้กล่าวปราศรัยให้โอวาทเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนในห้องกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็ม ต้องขอขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่พากันมาให้การต้อนรับคณะของ ดร.สุรินทร์ฯ อย่างอบอุ่น สำหรับผู้ที่พลาดหรือไม่ได้อยู่ที่ AMU ขอให้หาอ่านจากเว็บไซต์สถานทูตได้
ดร.สุรินทร์ฯ รส.ดร.จรัญฯ พบนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยอลิการ์
มองไปข้างหน้า หน้าร้อนกำลังเข้ามาอย่างรวดเร็ว จึงขอให้นักเรียน นักศึกษาชุมชนชาวไทยทุกคนดูแลสุขภาพ ระวังอาหาร น้ำดื่มด้วย การมีสุขภาพดีเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรเจ็บป่วย
ในอินเดียเพราะไกลบ้านนั่นเอง สำหรับน้องๆ ผู้หญิงต้องคอยดูแลเรื่องความปลอดภัยส่วนตัวทุกขณะจิต
อย่านึกว่าไปกับเพื่อนชายแล้วจะปลอดภัยจากมารสังคม ขอให้ทุกคนโชคดีในอินเดียทั่วกัน
| |
ด้วยความปรารถนาดียิ่ง
พิศาล มาณวพัฒน์
เอกอัครราชทูต
|
|