22 มีนาคม 2555
|
| เรียน: |
ชุมชนชาวไทยในอินเดียที่นับถือทุกท่าน |
วันนี้ครบ 1 ปี ที่ผมได้มาประจำการที่ประเทศนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป ก็ถือว่าเป็นปีที่มีสิ่งดีงามเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในส่วนของความสัมพันธ์ การเยือน และประสบการณ์ส่วนตัวที่เป็นโชคและบุญภายใต้ดินแดนพุทธภูมิแห่งนี้
หนึ่งปีที่ผ่านมา ได้มีพระราชวงศ์เจ้านายเสด็จมาเยือนอินเดียถึง 3 พระองค์ คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่กรุงนิวเดลี และเมืองลัคเนาว์ 25-28 ตุลาคม 2554 สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงนำคณะศาลยุติธรรมและ บยส.เสด็จ
สังเวชนียสถานครบทุกแห่ง ทั้งในอินเดียและเนปาล ระหว่าง 6-13 พฤศจิกายน 2554 และล่าสุด ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เสด็จมาร่วมประชุมวางแผนงานกับ นพ.สำลี เปลี่ยนบางช้าง ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคนี้ ที่กรุงนิวเดลี 31 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2555 พวกเราหลายคนได้มีโอกาส
เข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมี ทั้งในพระอัจฉริยะด้านดนตรีจีนโบราณ คือ กู่เจิง และพระราชดำรัสที่พระราชทานเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
ทรงพระราชทานดนตรีกู่เจิง แก่ชุมชนไทยที่มาเข้าเฝ้าฯ ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต
ดังที่ผมได้เขียนไว้ในฉบับก่อนว่า ปีนี้จะเป็นปีทองแห่งความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย
เพราะในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียได้ให้เกียรติปูพรมแดงต้อนรับผู้นำไทยถึง 2 ครั้ง คือ อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันที่ 5 เมษายน 2554 และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร 24-26 มกราคม 2555 โดยเฉพาะสำหรับนายกหญิงคนแรกของไทย ยังได้เกียรติเป็น
chief guest ของวันสถาปนาสาธารณรัฐ ซึ่งพวกเราที่อยู่ในอินเดียคงทราบดีว่า เป็นเกียรติสูงสุด
สมควรแก่การภูมิใจเพียงใด
นายกรัฐมนตรี ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีอินเดีย
ผมมีโอกาสเข้าร่วมกำหนดการของท่านนายกฯ ตลอดการเยือน จึงพูดได้เต็มปากว่า ฝ่ายอินเดียตั้งแต่ท่านประธานาธิบดี ท่านนายกรัฐมนตรี ต่างชื่นชมประเทศไทย อยากจะขยายความสัมพันธ์ด้านต่างๆ และเขาให้เกียรติท่านนายกฯ และคณะอย่างจริงใจ
ได้มีการเผยแพร่ผลการเยือนในเวปไซต์สถานทูตแล้ว และในการประชุมทีมประเทศไทยกับหน่วยราชการไทยและรัฐวิสาหกิจทุกคน ผมได้บรรจุการติดตามผลการเยือนของนายกรัฐมนตรีเป็นวาระประจำ และนำมาเผยแพร่ทุกครั้งในเวปไซต์สำหรับภาคเอกชน thaiindia.net ภายใต้หัวข้อ ข่าวสารจากทีมประเทศไทย รวมทั้งการที่สถานทูตไปติดตามผลกับฝ่ายอินเดีย เช่น กับอธิบดี Venu Sharma กระทรวงมหาดไทยเรื่องวีซ่าเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ หรือกับนาย Taleen Kumar อธิบดีกรมส่งเสริมการลงทุน กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม เรื่องการแก้ไขปัญหานักธุรกิจไทยที่มาลงทุนในอินเดีย ก็ได้นำมาเผยในเวปไซต์ thaiindia.net ทุกครั้ง
สำหรับเรื่องวีซ่ามีความสำคัญต่อคนไทยทุกคน จึงอยากให้ติดตามความคืบหน้าต่อไป โดยเฉพาะที่อธิบดี Kumar สัญญาว่าจะยกเลิกระเบียบที่ห้ามเข้าอินเดียภายใน 2 เดือนหลังจากที่ได้วีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว หรือการที่อธิบดี Sharma อธิบายแบบยอมรับตรงไปตรงมาว่า การขอวีซ่าแบบ upon arrival คือขอที่สนามบินในอินเดียเวลาเดินทางมาถึงนั้น ที่จริงแล้วคงจะไม่เกิดความสะดวกกับนักท่องเที่ยวไทยนักเพราะเท่าที่เป็นอยู่ เขาก็ยังไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับแบบที่ไทยทำได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ในช่วงที่ผ่านมา ผมและเพื่อข้าราชการได้มีโอกาสไปเยี่ยมนักเรียนไทยที่มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งพบปะอธิการบดี (vice chancellor) ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับทุกข์สุขของนักเรียนไทย
ผมขอแสดงความยินดีกับนักเรียนไทยที่ JNU ที่สามารถรวมกลุ่มจัดกิจกรรม “Sawasdee Thailand” เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ ร่วมกับนักเรียนไทยจากอีก 4 มหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยเดลี , Aligarh, Jamia Islamia และมหาวิทยาลัยปัญจาบ อันแสดงถึงความสามัคคีและความมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์ให้สมาคม ซึ่งสถานทูตยินดีที่จะสนับสนุนกิจกรรมเช่นนี้ต่อไป
พลังสามัคคีของนักศึกษาไทยในอินเดียร่วมจัดงาน Sawasdee Thailand
เมื่อ 12-13 กุมภาพันธ์ ผมกับกงสุลใหญ่ประจำมุมไบ คือคุณทอมวิทย์ ชาญสรรค์ พร้อมเพื่อนข้าราชการที่สถานทูตคือ คุณพิชญะ สนใจ สถานกงสุลใหญ่ คือ คุณกมลวรรณ ศรีโพธิ์ศิลป์
ที่มีหน้าที่ดูแลนักเรียนไทย ได้พบทั้งประธานนักเรียนและคณะนักเรียนไทยที่เมืองปูเน่ และนำความห่วงกังวลของนักเรียนไทยไปพูดกับอธิการบดี และฝ่ายบริหารของสำนักงานลงทะเบียนคนต่างชาติ (FRO)
ทูตไทยและกงสุลใหญ่มุมไบ เยี่ยมชม FRO
สำหรับ FRO ผมยังได้ขอให้กงสุลใหญ่ทอมวิชย์ฯ จัดให้ประธานและตัวแทนกลุ่มนักเรียนไทยไปพบผู้ใหญ่ของสำนักงานที่ผมพบมาแล้ว เพื่อซักถามประเด็นสงสัย ข้องใจให้ชัดเจน
เขาบอกผมว่า ใครเรียกร้องเงินใต้โต๊ะ บนโต๊ะ ให้แจ้งเขาได้เลย นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ประจำ 24 ชั่วโมงในการรับตอบคำถามทางโทรศัพท์ที่เบอร์ 020 2612-8977 ด้วย
สัปดาห์ก่อน ผมและกงสุลประพันธ์ฯ ก็ได้นำคณะแพทย์จากวัดไทยสายพระธรรมทูตไปดูแลให้การรักษานักศึกษาไทยมุสลิมวิทยาลัย Nadwa ที่เมืองลัคเนาว์ พระนักศึกษาที่ BHU เมืองพาราณสี ได้มีโอกาสพบกับ ดร. Lalji Singh อธิการบดีคนใหม่ของ BHU แม้เป็นวันอาทิตย์ด้วย
ทีมแพทย์ พยาบาล ให้การตรวจรักษาพระนักศึกษา BHU
สำหรับที่ลัคเนาว์ ยังได้ไปพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำทั้ง 2 แห่งของเมืองลัคเนาว์ คือ นพ. H.P. Kumar แห่งโรงพยาบาล Sahara และ นพ. K.N. Singh ประธานโรงพยาบาล Mayo เพื่อทำความตกลงว่า หากมีคนไทยต้องการการรักษาฉุกเฉินจากห้องไอซียูเพื่อรักษาชีวิต ไม่ว่าเป็นกรณีผู้แสวงบุญจากไทยหรือนักเรียนไทยในอินเดีย ก็ขอให้รับไว้รักษาได้ทันที โดยสถานทูตจะค้ำประกันจ่ายค่ารักษาให้ แล้วค่อยตามเก็บจากผู้ป่วยทีหลัง (หวังว่าจะตามได้นะครับ)
ทีมแพทย์ พยาบาล กับนักศึกษาไทยที่ลัคเนาว์
โรงพยาบาล Mayo ตกลงให้ความสะดวกรับผู้ป่วยไทยเข้ารักษากรณีฉุกเฉิน
รถพยาบาลจะไปรับถึงเมืองโกรักปูร์ก็ยังไหว ค่าบริการประมาณ 12,000 รูปี
กำหนดการต่อไปคือ การพาแพทย์ไทยไปให้การรักษาและคำแนะนำกับนักเรียนไทยที่มหาวิทยาลัย Aligarh ซึ่งผมจะไปด้วย เพื่อฟังข้อคิดเห็นของนักเรียนไทยก่อนไปพบอธิการบดีเช่นที่ทำมาที่อื่นๆ คอยติดตามรับฟังข่าวจากเว็ปไซด์สถานทูตแห่งนี้นะครับ
สำหรับนักธุรกิจไทย ขอแจ้งอีกครั้งถึงนัดหมายสำคัญเดือนหน้า วันที่ 27 เมษายน ศกนี้
เราจะจัดให้ภาคราชการอินเดียมาพบเอกชนไทย เปิดโอกาสให้ท่านถามคำถามเรื่องการทำธุรกิจในอินเดียได้เต็มที่ โดยเขาจะมาบรรยายแผนการลงทุนใหญ่โตของโครงการ Mumbai-Delhi corridor ที่จะเป็นโอกาสธุรกิจ และโครงการอื่นๆ ที่นักธุรกิจไทยจะได้ประโยชน์ โปรดจองที่นั่งล่วงหน้ากับคุณคณิน บุญญโสภัต ที่ thaidel@mfa.go.th
อนึ่ง สถานทูตยังได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาอินเดียไว้ให้คำแนะนำการแก้ไขปัญหาด้านการทำธุรกิจที่นักธุรกิจไทยประสบ โปรดติดต่อแจ้งปัญหาของท่านให้ทีมงาน thaiindia.net ทราบได้เสมอ ที่อีเมล์ manager@thaiindia.net หรือ thaidel@mfa.go.th หรือหากแวะมาเดลี ผมยินดีต้อนรับ
ทุกเมื่อ 12 เดือนที่ผ่านมา ก็ได้ต้อนรับเกือบทุกบริษัทที่มาลงทุนในอินเดียแล้ว
ในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ผมได้วางแผนจะไปเยือนรัฐต่างๆ ที่มีคนไทย นักเรียนไทย นักธุรกิจไทย หรือมีโอกาสที่ไทยจะขยายผลประโยชน์ในด้านต่างๆ ถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากกระแสความปรารถนาดีต่อไทยของรัฐบาลกลาง ผู้นำระดับสูงในนิวเดลี ให้เป็นประโยชน์กับไทยในรัฐต่างๆ ของอินเดียให้มากที่สุด
ผมหวังว่าจะได้รับข้อคิดเห็น คำแนะนำจากชุมชนชาวไทยบ้างตามโอกาสที่ท่านเห็นสมควร กรุณาเขียนไปได้ที่ thaidel@mfa.go.th และอย่าลืมตามข่าวสารที่เป็นประโยชน์ได้ที่
เวปไซต์สถานทูตทั้ง thaiemb.org.in และ thaiindia.net เป็นประจำนะครับ
| |
ด้วยความปรารถนาดียิ่ง
พิศาล มาณวพัฒน์
เอกอัครราชทูต
|
|