หน้าแรก   ติดต่อเรา    แผนผังเว็บไซต์  
 
 หน้าแรก 
 แผนที่ 
 วันหยุดราชการ 
 พบทูตไทย 
 สถานเอกอัครราชทูต 
 สถานกงสุลใหญ่ 
 ข่าวน่ารู้ 
17 May 2012 15:45:21
Thai Embassy   Google    
พุทธศาสนา และวัดไทยในอินเดีย
พุทธศาสนาในอินเดีย
รายชื่อวัดไทยในอินเดีย
พุทธศาสนาในอินเดีย

พระเจ้าอโศกมหาราช (พ.ศ. ๒๔๐ – ๓๑๒) ได้ส่งพระธรรมทูตจากอินเดียไปประกาศ พุทธศาสนา ๙ สาย โดยสายที่ ๘ พระโสณะและพระอุตระเถระได้เดินทางไปยังสุวรรณภูมิประเทศหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน (ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามและอินโดนีเซีย) ทำให้ไทยได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธจากอินเดียมาตั้งแต่สมัยนั้น

หลังจากสมัยพุทธกาล พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองถึงที่สุดในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ต่อมาระหว่าง พ.ศ. ๑๓๐๐ - ๑๗๐๐ คณะสงฆ์อ่อนแอลง รวมทั้งถูกศาสนาอื่นต่อต้านและบีบคั้น กอปรกับถูกชนชาติมุสลิมเข้ารุกรานและทำลายวัดวาอารามตลอดจนพระสงฆ์ ในที่สุดในช่วงปี พ.ศ. ๑๗๐๐ พุทธศาสนาจึงเสื่อมลงและสูญหายไปจากอินเดียในที่สุด

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ (ค.ศ. ๑๙๔๗) อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษและได้นายเยาวหรลาล เนห์รู (Jawaharlal Nehru) เป็นนายกรัฐมนตรี เนห์รูได้ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของประชาชนที่มาจากลัทธิและต่างศาสนาภายใต้แนวคิด "สหธรรม" ในช่วงนี้ พุทธศาสนาได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งโดยบุคคลสำคัญ ๒ ท่านคือ นายกรัฐมนตรีอินเดีย และ ดร. บิมเรา รามจิ เอมเบดการ์ (Dr. Bhimrao Ramji Ambedkar) ผู้นำชาวพุทธ โดยรัฐบาลอินเดียได้บูรณะพุทธสถาน ส่งเสริมการศึกษา พุทธศาสนาและก่อตั้งมหาวิทยาลัยที่เมืองนาลันทาและเมืองมคธ วิทยาลัยพุทธที่เมืองบอมเบย์ ส่งเสริมการเรียนภาษาบาลีที่เมืองกัลกัตตา รวมทั้งจัดงานฉลองพุทธชยันตีหรือครบรอบ ๒,๕๐๐ ปีของพุทธศาสนา โดยเชิญประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนามาร่วมฉลองและสร้างวัดในบริเวณรอบพระมหาเจดีย์พุทธคยาด้วย ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีบทบาทในเรื่องพุทธศาสนาในอินเดียอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ดร. เอมเบดการ์ได้นำคนวรรณะต่ำประมาณ ๕ แสนคน ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะที่เมืองนาคปะ รัฐมหาราษฏระ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นการฟื้นฟูพุทธศาสนาในอินเดียที่สำคัญ อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นเพียง ๕๓ วัน ในวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ดร. เอมเบดการ์ก็เสียชีวิตลง ทำให้ชาวพุทธในอินเดียขาดผู้นำคนสำคัญไป แต่พิธีปฏิญาณตนเป็น พุทธมามกะดังกล่าว ก็ยังดำเนินมาทุกปี พระสงฆ์จากประเทศไทยได้รับเชิญไปร่วมงานด้วยทุกครั้ง

ในขณะที่พุทธศาสนาในอินเดียเสื่อมและสูญไปในช่วงปีพ.ศ. ๑๗๐๐ ประเทศไทยได้รับ พุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักของประเทศโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกทำให้พุทธศาสนาในประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคง เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศและกลายเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งทางการอินเดียได้จัดงานฉลองพุทธชยันตี หรือครบรอบ ๒,๕๐๐ ปีของพุทธศาสนา และได้เชิญประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา รวมทั้งประเทศไทยร่วมฉลองและสร้างวัดที่เมืองคยานั้น รัฐบาลไทยได้ตอบสนอง โดยสร้างวัดไทยพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ในปี ๒๕๐๑ ซึ่งเป็นวัดของรัฐบาลไทยแห่งแรกในประเทศอินเดียและในต่างประเทศ นับตั้งแต่นั้นมามหาเถรสมาคมและรัฐบาลไทยก็ได้สนับสนุนการดำเนินงานของวัดไทยพุทธคยามาโดยตลอด มีการส่งคณะสงฆ์คณะละ ๔ รูปที่เรียกว่าคณะปัญจวรรค มาบริหารวัดในฐานะพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดีย ซึ่งนับถึงปัจจุบันมีถึง ๔ ชุดด้วยกัน มีพระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ. ๙, M.A., Ph.D.) จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร เป็นหัวหน้าพระธรรมทูต

ตลอดเวลากว่า ๕๐ ปี คณะพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดียทุกชุดได้ปฏิบัติหน้าที่ ในการทำนุบำรุงและเผยแผ่พุทธศาสนาในอินเดียและส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ไทยและคณะสงฆ์นานาชาติในอินเดียอย่างแข็งขันและได้ผลดียิ่ง พระเทพโพธิวิเทศ (ซึ่งเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตตั้งแต่ชุดที่ ๓ )ได้บริหารจัดการและพัฒนาวัดไทยพุทธคยาให้เป็นต้นแบบของวัดไทยในอินเดียทั้งในด้านสถาปัตยกรรมไทยที่มีความสวยงาม เป็นศาสนสถานที่มีชื่อเสียงในพุทธคยาที่มีผู้จาริกแสวงบุญจากทั่วโลกมาเยี่ยมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

การดำเนินงานเผยแผ่พุทธศาสนาของวัดไทยในอินเดียมีทั้งเรื่องการจัดการอุปบรรพชา อุปสมบท การศึกษาพระปริตร และการเผยแผ่พุทธศาสนาของพระภิกษุสามเณร ตลอดจนการปกครองดูแลคณะสงฆ์ แม่ชี และเจ้าหน้าที่ของวัดที่พำนักอยู่ที่วัด รวมถึงการต้อนรับและจัดที่พัก อาหาร และการรักษาพยาบาลให้แก่พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่มาจาริกแสวงบุญเป็นจำนวนมากทุก

ด้วยการทำงานอย่างขันแข็งของพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดีย ทำให้เกิดการจัดสร้างวัดไทยในอินเดียอีกจำนวนมาก อาทิ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ วัดไทยสิริราชคฤห์ วัดไทยนาลันทา วัดไทยไวสาลี วัดไทยเชตวัน เป็นต้น

ในส่วนของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองกุสินาการ์ รัฐอุตตรประเทศ ซึ่งมี พระราชรัตนรังษี รองหัวหน้าพระธรรมทูต เป็นประธานสงฆ์ นั้น สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ด้วยแรงศรัทธาของพุทธบริษัทชาวไทย และชาวพุทธในอินเดีย เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในแดนมาตุภูมิ และเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๗๒ พรรษา โดยมีสถานพยาบาลกุสินาราคลินิคตั้งอยู่ในวัดเพื่อให้การรักษาพยาบาลชาวอินเดียทั่วไปและชาวไทยซึ่งเดินทางมาจาริกบุญด้วย

ปัจจุบันรัฐบาลอินเดียให้ความสำคัญกับพุทธศาสนามากขึ้น มีบุคคลต่างๆ ในวงราชการและการเมืองที่นับถือพุทธศาสนา มีโครงการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยนาลันทาให้กลับมาเป็นมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่เช่นในอดีต รวมทั้งโครงการพัฒนาสังเวชนียสถานให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาในรัฐพิหาร รัฐอุตตรประเทศ และรัฐต่างๆ ในอินเดีย ซึ่งเป็นดินแดนต้นกำเนิดพุทธศาสนา ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของรัฐต่างๆ ดังกล่าว อย่างยิ่ง





©Copyright 2007. Royal Thai Embassy. Designed by TNT.
F-4/5 Vasant Vihar, New Delhi, 110057
Telephone : (+91 11) 2615 0130-34
Fax : (+91 11) 2615 0128-29 Website : http://www.thaiemb.org.in